
The Prince Of Egypt (1998)
ลูกกวาดเคลือบ..... ไบเบิ้ล
Hush now, my babyBe still, love, don't cry
Sleep as you're rocked by the streamSleep and remember my last lullabySo I'll be with you when you dream
เงียบเถิด อย่าดิ้นเลย เจ้าเอยอย่าร้องให้...
หลับไปบนสายธาร ไหลนอง
ขอจงจำขึ้นใจ เสียงเพลงที่แม่ร้อง
ให้ก้องดั่งเจ้ายังอยู่ข้างแม่
Deliver us/Ost. prince of egypt
แค่ห้วงวรรคเดียวแค่นั้นในการ์ตูนมหาบิ๊กเรื่องนี้ ก็ทำให้เด็กคนนึง(ในสมัยนั้นอ่ะนะ)บ้าไปพักนึง ขนาดดูทุกหลังอาหารเย็นจนแผ่นมันพังไปข้าง ผ่านไปจนถึงวันนี้ภาพยนต์เรื่องนี้ฉายมาครบ 10 ปีแล้ว ไวปานโกหกเลยเนอะ พอดีไม่มีหนังที่อยากดูในช่วงนี้เลยไปคุ้ยๆหนังในคลังเอามานั่งดู ผลันที่ไปเห็นปกกังๆของเวอร์ชั่น dvd ก็นึกอยากรำลึกความหลังเลยเอามาเปิดดู โอ้ว...อารมณ์ของหนังที่รู้สึกตอนเด็กยังมีอยู่ครบถ้วน สำหรับกระผมแล้วการที่จะหยิบหนังเก่าที่ดูแล้วออกมาดูอีกรอบ จะต้องเป็นอะไรที่ชอบมาก รึไม่ก็ต้องมีอะไรติดใจกับเรื่องนั้นสักอย่าง แต่กับเรื่องนี้ยกเว้นให้ทุกกรณีเลยครับดูยังไงก็ยังชอบไม่เสื่อมคลายจริงๆ
ก่อนอื่นต้องขอออกตัวก่อนว่าผมไม่ใช่คริสตศาสนิกชนที่มาโฆษณาศาสนาแต่อย่างใด แต่องค์ประกอบของการทำให้ชอบเรื่องนี้นี่ นับไม่ถ้วนจริงๆครับ อย่างแรกมันคือการ์ตูนเข้าถึงคนได้ทุกรุ่นอยู่แล้ว และเป็นความเป็นพีเรียด(ความชอบส่วนตัว) ที่พูดถึงมหากาพย์แห่งอิยิปต์ได้อลังการ ทับนักแสดงที่ขนกันมาพากย์เสียงตัวละครกันแบบไม่กลัวงบบานปลาย เพลงประกอบที่เพราะจับจิต อลังการโอเปร่าประสานกันแซ่ซ้อง โปรดักชั่นของการสร้างที่ลงทุนมากๆไม่แพ้หนังที่ใช้คนแสดงเลยทีเดียว แรกเริ่มเดิมทีการทำการ์ตูนแนวๆนี้จะเป็นของดิสนี่ย์เจ้าพ่อการ์ตูนเพลงซะมากกว่า แต่เหตุที่ทำให้ดรีมเวริคกล้าที่จะทำเรื่องนี้(สร้างเป็นเรื่องแรกของดรีมเวริค แต่เสร็จหลัง ANTZ) คงเป็นเพราะมั่นใจว่าการ์ตูนเพลงเรท PG ไม่จำเป็นจะต้องมีอารมณ์ขันเสมอไปจึงทำให้เรื่องนี้ค่อนข้างแตกต่างจากการ์ตูนของดีสนี่ย์ของพอสมควร ทั้งในด้านภาพและอารมณ์ที่ดูจะจริงจังและหนักไปสำหรับเด็ก
ในด้านคาแรคเตอร์เท่าที่ดูในเครดิตท้ายเรื่องนอกจากนักแสดงที่มาภากย์เสียงเป็นตัวละครต่างๆแล้ว แต่ละคาเรคเตอร์(ย้ำนะครับ)ว่าแต่ละคาเรคเตอร์ มีคนคอยดูแลเรื่องงานสร้างถึงตัวละ 3 คน (หนึ่งในนั้นจะมี Key Assesment ที่จะดูแลเรื่องความเป็นคาแรคเตอร์นั้นๆโดยเฉพาะ) ไม่นับตัวละครหลักที่ต้องมีคนดูแลมากๆจึงไม่ต้องสงสัยในความอลังการและสมจริงในแต่ตัวละครเลยจริงๆ เฉพาะงานดราฟแรก คือ ภาพเสก็ตสำหรับทำโปรดักชั่นต่างๆ ก็ระดมทีมงานมานั่งวาดกันนานถึง 9 เดือนเลยทีเดียว กว่าจะเสร็จสมบูรณ์จึงใช้เวลานานถึง 3 ปี
อีกสิ่งที่ต้องขอชมเชยคือเรื่องของการใส่ใจในการพากย์เสียงและเพลงในภาษาต่างๆของหนังเรื่องนี้ ที่ให้นักร้องและคนโปรดิวซ์ ออกบรีฟและเทรนให้นักร้องต่างชาติร้องเพลงออกมาในภาษาต่างๆในทุกๆประเทศให้ออกมาในทิศทางเดียวกันประหนึ่งคนเดียวกันเป็นผู้ร้องในทุกภาษาแบบไม่ผิดเพี้ยนเลย(หาดูได้จาก ฟีเจอร์ของ dvd เรื่องนี้) และการพากย์เสียงไทยในสมัยที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดจริงๆ เสียงผู้คนที่ห่างจากตัวละครหลักไป 5-6 เมตร ยังพูดภาษาไทยแทรกซ้อนมาไกลๆขณะที่ตัวละครหลักสนทนากันอยู่ รึเรื่องเพลงที่นำมาแปลความและเรียบเรียงดั่งเพลงกลอน คล้องจองกันแทบจะทุกวรรคและที่สำคัญยังคงความหมายไว้ครบถ้วนอีกต่างหาก! ทำให้ไพเราะไม่แพ้ต้นฉบับเลยทีเดียว เป็นความมานะของผู้เรียบเรียงและพากย์เสียงที่พยายามให้ใกล้เคียงต้นฉบับให้มากที่สุด แบบที่การพากย์สมัยนี้(ที่ดีแต่โฆษณาดารา นักร้องไทยที่มาพากย์จนไม่ใส่ใจเรื่องพวกนี้)เทียบไม่ได้เลยจริงๆ
ไม่น่าเชื่อว่าเรื่องนี้อิงตาม พระคัมภีย์ เอกโซดัส แบบทุกกระเบียดนิ้ว แต่กลับไม่ได้แสดงออกมาอย่างโจ่งแจ้งกลับใส่รายละเอียดพวกนั้นลงไปในตัวละครและเรื่องอย่างแนบเนียน (อย่างในพระคัมภีย์วรรคที่โมเสจได้คิดถึงพี่น้องของตนและไปเยี่ยมที่ค่ายคนงานในอียิปต์ ถูกผู้คนดูถูกเรื่องของสายเลือดจึงประหารคนที่กล่าวดูแคลน จึงถูกฟาโรห์ตัดสินความผิดและได้หลบหนีไป ในภาพยนต์แปลงเป็นเห็นเหล่าทาสถูกทรมาณ จึงเข้าช่วยแต่เกิดอุบัติเหตุทำให้ทหารที่ทำร้ายทาสเสียชีวิต โมเจสละอายต่อความผิด จึงหนีไป) แม้จะสร้างความสมจริงแต่เรื่องนี้ก็ไม่ได้ใส่ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ ต่างๆลงไป(อาจเนื่องด้วยอิงจากพระคัมภีย์มากกว่า) อย่างไรก็ดี หนังเรื่องนี้ก็สร้างเพื่อความบันเบิงบนพื้นฐานความศรัทธา จึงทำหนังเรื่องนี้เป็นสื่งสอดแทรกศาสนาได้อย่างไม่ยากเย็นนัก
หนังเรื่องนี้ใช้ทุนสร้าง 70 ล้านเหรียญ ทำกำไรทั่วโลกได้ถึง 223 ล้านเหรียญ แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ปัจจุบันไม่มีใครทำการ์ตูนดราม่าคุณภาพแบบนี้อีกแล้ว แม้การ์ตูนเรื่องต่อๆมาของดรีมเวริค ก็ทำออกมาในแนวฟิลกู๊ดแบบดิสนียไปซะหมด จนขาดความเป็นเอกลักษณ์ของค่ายนี้ไปอย่างน่าเสียดาย(สาเหตุหนึ่งน่าจะมาจากบอร์ดบริหารที่เปลี่ยนจาก SKG มาเป็น Dreamworks animation โดยตรงจึงต้องทำแผนในเรื่องการตลอดให้ครอบคลุมในทุกวัย) อีกเหตุผลคงเพราะการ์ตูน 2d ประเภทนี้ต้องใช้ความปราณีตในเรื่องของภาพมากกว่า 3d ทั้งยังใช้ต้นทุนที่สูงกว่า 3d มากในปัจจุบัน อีกทั้งรายได้ของการ์ตูน 2d ยังทำรายได้ที่น้อยกว่า 3d มากๆ ดูได้จากเรื่องล่าสุดของดรีมเวิรค Kangfu Panda ที่กวาดรายได้ขณะนี้ถึง 650 ล้านเหรียญ แล้วและยังคงทำเงินไปเรื่อยๆจนกว่าจะส่งลง DVD นี่คงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้การ์ตูน 2d ภาพสวยๆเนื้อหาเยี่ยมๆแบบนี้ กลายเป็นสิ่งสงวนใกล้สูญพันธุ์ พอๆกับโรงฉายหนังแบบม้วนฟิลม์ ที่หาดูได้ยากพอๆกันแล้ว...
Limit 10:10
Long ago no DVD