วันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2551

Comment By Day: Stop-Loss


Stop-Loss (2008)
หยุด.. หยุด.... ชีวิต?

หลังจากหายหน้าจากวงการไปร่วม 10 ปี ผกก.สาวคนเก่งจาก Boys Don't Cry ก็กลับมาทำหนังดราม่าที่ตนถนัดอีกครั้ง
Stop-loss ว่าด้วยเรื่องความทหารอเมริกันที่ไปปฎิบัติการในอิรัก หลังจากปฎิบัติภารกิจได้บรรลุเป้าหมายแล้วพวกเค้าจึงเดินทางกลับบ้าน และเมื่อเดินทางเข้ากรมไปเพื่อปลดประจำการ เรื่องที่หวังไว้กลับไม่เป็นไปตามที่คาด เมื่อมีคำสั่งให้พวกเค้ากลับไปประจำการอีกครั้งที่อิรัก


แน่นอนว่าเรื่องจะเต็มไปด้วยเนื้อหาดราม่าแบบหนักๆตามสไตล์ของเจ๊คิม และแม้ว่าเรื่องมันอาจจะดูไกลๆตัวไปนิดไม่กระแทกใจเท่าเรื่องใกล้ๆตัว แต่การดูชีวิตของทหารแต่ละคนที่กลับมาค่อยทลายลงไปทีละคนมันก็ปวดใจอยู่ไม่ใช่น้อย การใส่นัยยะเล็กๆที่ดูแรงๆในหนังในสไตล์เจ๊แกก็ใช่เล่น ทั้งการทำร้ายเด็กของทหารอเมริการึการตบหน้าแฟนตัวเอง ก็ดูเป็นความไม่ได้เอนเอียงไปในความรักชาติรึใส่ทัศนคติแบบอเมริกันดรีมลงไป แต่เป็นการเทน้ำหนักของคาแรคเตอร์ให้ดูมีความเป็น"คน"มากยิ่งขึ้น


หนังได้นักแสดงที่ชอบเล่นโอเวอร์ไปหนึ่งสตอปอย่าง Ryan Philippe มาเล่นบทนำ แต่่ก็มีนักแสดงสมทปมากความสามารถอย่าง Joseph Gordon-Levitt และ Channing Tatum ที่หันมาเ ล่นหนังดรามาเป็นครั้งแรก แม้เรื่องก่อนๆไรอันอาจจะเล่นเกินๆขาดๆไปบ้างแต่เรื่องนี้ก็นักว่าโอเคในระดับนึง ส่วนทาทั่มก็ืถือว่าสอบผ่านกับการเล่นบทดรามา (แม้จะมีแอบหลุดท่าทางแร๊ปโยว์ออกมาบ้าง) โดยรวมแล้วถือว่าเป็นหนังที่ดูสนุกใช้ได้เลยสำหรับคนชอบดูหนังดรามา คอแอคชั่นกับตลกคงต้องทำใจนิดหากจะหยิบเรื่องนี้ออกมาเปิดดู

Limit 8.5:10
Now On DVD

วันพฤหัสบดีที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2551

Comment By Day: The History Boys

The History Boys (2006)
วุ่นนัก รักเรียน..

หนังว่าด้วยเรื่องของนักเรียนในยุค1980 ในโรงเรียนชายล้วนที่กำลังจะเตรียมสอบเข้ามหาลัยเนื่องจากเป็นนักเรียนกลุ่มแรกที่ฉลาดเหลือล้ำ อาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนจึงกวดขันทุกวิถีทาง ถึงขั้นจ้างอาจารย์คนใหม่ที่เพิ่งจบใหม่ไฟแรงมาสอนเลยทีเดียว ด้านนักเรียนก็มีเรื่องวุ่นวายตามประสาเด็กวันรุ่นทั่วไป


แม้ฟังพลอตของหนังแล้วบางคนจะร้องยี้ ด้วยความเชยแหลกและเดาเรื่องได้ทุกกระเบียดนิ้ว แต่ถ้าดูหนังเรื่องนี้อย่างตั้งใจจริงจังแล้ว จะพบว่าหนังเต็มไปด้วยปรัชญาในการชีวิต บทกลอนกวีเก่าๆ(อังกฤษ)มากมาย และการแสดงทัศนคติเรื่องเพศอย่างถึงกึ๋น (มีฉากหนึ่งที่ครูผู้หญิงในโรงเรียนพูดออกมาแบบอดกลั้น ฉากนั้นสะใจมาก) แม้จะเป็นหนังเล็กๆจะเกาะอังกฤษ แต่หนังก็ได้ Dominic Cooper (ตอนนั้นยังไม่ดัง)มาเล่นเป็นนักเรียนหัวโจก และนักแสดงรุ่นใหญ่จากอังกฤษอยู่หลายคน



ความน่าสนใจของหนังอีกอย่างหนึ่งอยู่ตรงที่ขนเอาเพลงเจ๋งๆจากยุค 80 มาเป็นซาว์ดแทรกอยู่มากโข ทั้งวงร๊อคสุดเก๋า The Clash, New Order หรือ The Cure
เป็นอันว่าใครชอบรึหลงไหลในความเท่ของหนุ่ม(และไม่หนุ่ม)อังกฤษ บรรยากาศเก๋ๆของยุค80ในลอนดอน รึเพลงร๊อครุ่นพ่อสุดยอดความคลู ไม่น่าพลาดเรื่องนี้


Limit 8.5:10
Now On DvD

วันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2551

Comment By Day: Atonement

Atonement(2007)
บาปรัก..... บาดลึก

ผกก.ช่างฝัน ติดใจในหนังช่างฝัน จึงทำหนังช่างฝันอีกเรื่องแต่เรื่องนี้กลับมีความจริงจัง และเจ็บปวดมากกว่า Atonement สร้างจากนิยายชื่อเดียวกันของ IAN McEWAN เรื่องของน้องสาวBriony ผู้เข้าใจผิด จึงทำให้ชีวิตของคน 2 คนต้องพังทลายลงไปในพริบตา หนังเล่าเรื่องที่ดูจริงจังออกมาได้สวยงามในบรรยากาศลอนดอนยุคสงคราม ผ่านตัวละครของน้องสาวในช่วง 3 อายุ แม้จะจริงจังในช่วงต้นแต่ก็มาโอ้ว..เอาตอนท้ายเมื่อเจอความจริงที่จริงกว่า นับเป็นความเจ๋งหนังเนื้อเรื่องและความฉลาดในการเล่าเรื่องผ่านภาพที่สวยงาม(ผกก.คนนี้เน้นเรื่องภาพที่สวยตลอดเว) ทึ่งมากๆกับของถ่าย long take แบบลองจริงๆอ่ะ เกือบ 10 นาทีของการแพนกล้องไปเรื่อยๆในฉากที่มีนักแสดงกว่า 1000 คน!! แบบทะลุล่างเลื้อยขึ้นบนไล่ไปตามพื้น เรียกว่าอึ้งกันไปเลยทีเดียว เท่านั้นยังไม่เจ๋งเท่ากับ สกอร์ของหนังที่เป็นเพลงบรรเลงจากจังหวะการพิมพ์ดีด!! เจ๋งถึงขนาดได้ออสการ์มาอวดเลยทีเดียว เรื่องการแสดงคงไม่มีใครกังขาเจ้คีย์ล่าเธออีกแล้วล่ะ ส่วนเจมส์นั่นก็เลือกได้ถูกคนดีเพราะตีนี่เล่นแต่บทลูสเซอร์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ส่วนผกก.แนะนำให้ฟังคอมเมนท์ทารี่ในหนังจะฮาในการใส่ใจรายละเอียดของเฮียแกมาก "ฉากนี้ผมให้เจมส์เดินเหมือนไอ้นั่นเค้าโด่อยู่คับ ผมก็เลยต้องไปเทรนเค้า" "ฉากนี้ผมเขียนบทมาเพราะว่าจะได้โชว์ในส่วนของหลังของไนลี่ย์ เพราะหลังของเธอสวยมาก....... เห็นมั้ยคับเธอเดินมาแล้วหลังเธอสวยมาก...... หลังเธอสวยมาก...... หลังเธอสวยมาก"
หนังภาพสวย บทดี ผกก.เริด เพลงเด็กแนวงี้ไม่ดูได้หรอ

Limit 9:10

Now on DVD

Comment By Day: The Prince Of Egypt


The Prince Of Egypt (1998)
ลูกกวาดเคลือบ..... ไบเบิ้ล
Hush now, my babyBe still, love, don't cry
Sleep as you're rocked by the streamSleep and remember my last lullabySo I'll be with you when you dream
เงียบเถิด อย่าดิ้นเลย เจ้าเอยอย่าร้องให้...
หลับไปบนสายธาร ไหลนอง
ขอจงจำขึ้นใจ เสียงเพลงที่แม่ร้อง
ให้ก้องดั่งเจ้ายังอยู่ข้างแม่
Deliver us/Ost. prince of egypt
แค่ห้วงวรรคเดียวแค่นั้นในการ์ตูนมหาบิ๊กเรื่องนี้ ก็ทำให้เด็กคนนึง(ในสมัยนั้นอ่ะนะ)บ้าไปพักนึง ขนาดดูทุกหลังอาหารเย็นจนแผ่นมันพังไปข้าง ผ่านไปจนถึงวันนี้ภาพยนต์เรื่องนี้ฉายมาครบ 10 ปีแล้ว ไวปานโกหกเลยเนอะ พอดีไม่มีหนังที่อยากดูในช่วงนี้เลยไปคุ้ยๆหนังในคลังเอามานั่งดู ผลันที่ไปเห็นปกกังๆของเวอร์ชั่น dvd ก็นึกอยากรำลึกความหลังเลยเอามาเปิดดู โอ้ว...อารมณ์ของหนังที่รู้สึกตอนเด็กยังมีอยู่ครบถ้วน สำหรับกระผมแล้วการที่จะหยิบหนังเก่าที่ดูแล้วออกมาดูอีกรอบ จะต้องเป็นอะไรที่ชอบมาก รึไม่ก็ต้องมีอะไรติดใจกับเรื่องนั้นสักอย่าง แต่กับเรื่องนี้ยกเว้นให้ทุกกรณีเลยครับดูยังไงก็ยังชอบไม่เสื่อมคลายจริงๆ
ก่อนอื่นต้องขอออกตัวก่อนว่าผมไม่ใช่คริสตศาสนิกชนที่มาโฆษณาศาสนาแต่อย่างใด แต่องค์ประกอบของการทำให้ชอบเรื่องนี้นี่ นับไม่ถ้วนจริงๆครับ อย่างแรกมันคือการ์ตูนเข้าถึงคนได้ทุกรุ่นอยู่แล้ว และเป็นความเป็นพีเรียด(ความชอบส่วนตัว) ที่พูดถึงมหากาพย์แห่งอิยิปต์ได้อลังการ ทับนักแสดงที่ขนกันมาพากย์เสียงตัวละครกันแบบไม่กลัวงบบานปลาย เพลงประกอบที่เพราะจับจิต อลังการโอเปร่าประสานกันแซ่ซ้อง โปรดักชั่นของการสร้างที่ลงทุนมากๆไม่แพ้หนังที่ใช้คนแสดงเลยทีเดียว แรกเริ่มเดิมทีการทำการ์ตูนแนวๆนี้จะเป็นของดิสนี่ย์เจ้าพ่อการ์ตูนเพลงซะมากกว่า แต่เหตุที่ทำให้ดรีมเวริคกล้าที่จะทำเรื่องนี้(สร้างเป็นเรื่องแรกของดรีมเวริค แต่เสร็จหลัง ANTZ) คงเป็นเพราะมั่นใจว่าการ์ตูนเพลงเรท PG ไม่จำเป็นจะต้องมีอารมณ์ขันเสมอไปจึงทำให้เรื่องนี้ค่อนข้างแตกต่างจากการ์ตูนของดีสนี่ย์ของพอสมควร ทั้งในด้านภาพและอารมณ์ที่ดูจะจริงจังและหนักไปสำหรับเด็ก
ในด้านคาแรคเตอร์เท่าที่ดูในเครดิตท้ายเรื่องนอกจากนักแสดงที่มาภากย์เสียงเป็นตัวละครต่างๆแล้ว แต่ละคาเรคเตอร์(ย้ำนะครับ)ว่าแต่ละคาเรคเตอร์ มีคนคอยดูแลเรื่องงานสร้างถึงตัวละ 3 คน (หนึ่งในนั้นจะมี Key Assesment ที่จะดูแลเรื่องความเป็นคาแรคเตอร์นั้นๆโดยเฉพาะ) ไม่นับตัวละครหลักที่ต้องมีคนดูแลมากๆจึงไม่ต้องสงสัยในความอลังการและสมจริงในแต่ตัวละครเลยจริงๆ เฉพาะงานดราฟแรก คือ ภาพเสก็ตสำหรับทำโปรดักชั่นต่างๆ ก็ระดมทีมงานมานั่งวาดกันนานถึง 9 เดือนเลยทีเดียว กว่าจะเสร็จสมบูรณ์จึงใช้เวลานานถึง 3 ปี
อีกสิ่งที่ต้องขอชมเชยคือเรื่องของการใส่ใจในการพากย์เสียงและเพลงในภาษาต่างๆของหนังเรื่องนี้ ที่ให้นักร้องและคนโปรดิวซ์ ออกบรีฟและเทรนให้นักร้องต่างชาติร้องเพลงออกมาในภาษาต่างๆในทุกๆประเทศให้ออกมาในทิศทางเดียวกันประหนึ่งคนเดียวกันเป็นผู้ร้องในทุกภาษาแบบไม่ผิดเพี้ยนเลย(หาดูได้จาก ฟีเจอร์ของ dvd เรื่องนี้) และการพากย์เสียงไทยในสมัยที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดจริงๆ เสียงผู้คนที่ห่างจากตัวละครหลักไป 5-6 เมตร ยังพูดภาษาไทยแทรกซ้อนมาไกลๆขณะที่ตัวละครหลักสนทนากันอยู่ รึเรื่องเพลงที่นำมาแปลความและเรียบเรียงดั่งเพลงกลอน คล้องจองกันแทบจะทุกวรรคและที่สำคัญยังคงความหมายไว้ครบถ้วนอีกต่างหาก! ทำให้ไพเราะไม่แพ้ต้นฉบับเลยทีเดียว เป็นความมานะของผู้เรียบเรียงและพากย์เสียงที่พยายามให้ใกล้เคียงต้นฉบับให้มากที่สุด แบบที่การพากย์สมัยนี้(ที่ดีแต่โฆษณาดารา นักร้องไทยที่มาพากย์จนไม่ใส่ใจเรื่องพวกนี้)เทียบไม่ได้เลยจริงๆ
ไม่น่าเชื่อว่าเรื่องนี้อิงตาม พระคัมภีย์ เอกโซดัส แบบทุกกระเบียดนิ้ว แต่กลับไม่ได้แสดงออกมาอย่างโจ่งแจ้งกลับใส่รายละเอียดพวกนั้นลงไปในตัวละครและเรื่องอย่างแนบเนียน (อย่างในพระคัมภีย์วรรคที่โมเสจได้คิดถึงพี่น้องของตนและไปเยี่ยมที่ค่ายคนงานในอียิปต์ ถูกผู้คนดูถูกเรื่องของสายเลือดจึงประหารคนที่กล่าวดูแคลน จึงถูกฟาโรห์ตัดสินความผิดและได้หลบหนีไป ในภาพยนต์แปลงเป็นเห็นเหล่าทาสถูกทรมาณ จึงเข้าช่วยแต่เกิดอุบัติเหตุทำให้ทหารที่ทำร้ายทาสเสียชีวิต โมเจสละอายต่อความผิด จึงหนีไป) แม้จะสร้างความสมจริงแต่เรื่องนี้ก็ไม่ได้ใส่ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ ต่างๆลงไป(อาจเนื่องด้วยอิงจากพระคัมภีย์มากกว่า) อย่างไรก็ดี หนังเรื่องนี้ก็สร้างเพื่อความบันเบิงบนพื้นฐานความศรัทธา จึงทำหนังเรื่องนี้เป็นสื่งสอดแทรกศาสนาได้อย่างไม่ยากเย็นนัก
หนังเรื่องนี้ใช้ทุนสร้าง 70 ล้านเหรียญ ทำกำไรทั่วโลกได้ถึง 223 ล้านเหรียญ แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ปัจจุบันไม่มีใครทำการ์ตูนดราม่าคุณภาพแบบนี้อีกแล้ว แม้การ์ตูนเรื่องต่อๆมาของดรีมเวริค ก็ทำออกมาในแนวฟิลกู๊ดแบบดิสนียไปซะหมด จนขาดความเป็นเอกลักษณ์ของค่ายนี้ไปอย่างน่าเสียดาย(สาเหตุหนึ่งน่าจะมาจากบอร์ดบริหารที่เปลี่ยนจาก SKG มาเป็น Dreamworks animation โดยตรงจึงต้องทำแผนในเรื่องการตลอดให้ครอบคลุมในทุกวัย) อีกเหตุผลคงเพราะการ์ตูน 2d ประเภทนี้ต้องใช้ความปราณีตในเรื่องของภาพมากกว่า 3d ทั้งยังใช้ต้นทุนที่สูงกว่า 3d มากในปัจจุบัน อีกทั้งรายได้ของการ์ตูน 2d ยังทำรายได้ที่น้อยกว่า 3d มากๆ ดูได้จากเรื่องล่าสุดของดรีมเวิรค Kangfu Panda ที่กวาดรายได้ขณะนี้ถึง 650 ล้านเหรียญ แล้วและยังคงทำเงินไปเรื่อยๆจนกว่าจะส่งลง DVD นี่คงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้การ์ตูน 2d ภาพสวยๆเนื้อหาเยี่ยมๆแบบนี้ กลายเป็นสิ่งสงวนใกล้สูญพันธุ์ พอๆกับโรงฉายหนังแบบม้วนฟิลม์ ที่หาดูได้ยากพอๆกันแล้ว...
Limit 10:10
Long ago no DVD

วันจันทร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

Comment By Day: Flags of our Fathers


Flags of our Fathers(2007)

วีรบุรุษ... โบกธง(รอบที่2)....

ตาลุงเอสวู๊ดมักจะเสนอมุมมอง แต่แตกต่างจากชาวบ้านเรื่องนี้ก็เช่นกัน มุมมองของวีรบุรษที่ประหลาดล้ำที่สุดเท่าที่เคยพบเจอ ด้วยความบังเอิญของธงเพียง1ผืน เปลี่ยนคนเหล่านั้นให้กลายเป็นวีรบุรษในชั่วข้ามคืน แล้ววีรบุรษที่ว่านี้ได้มาเพราะอะไรล่ะ ด้วยเหตผลอะไร ได้มาแล้วจะทำอะไร รึหลังจากที่ผู้คนนเริ่มลืมเรื่องราวของเค้าแล้ว จะเป็นยังไง หนังเสนอมุมมองที่แหลกเหลวของสงครามในอีกแง่ที่มากกว่าการ ยิงโป้งๆ มิตรภาพ หรือการสูญเสียแบบที่เราๆรู้กันดี เจ๋งได้ใจมากๆลุงวู๊ด

limit9.5:10

Now on DVD

วันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

Comment By Day: Transformes


Transformer

ฮอลลีวู๊ด...กันดั้ม

เห็นเค้าว่ากันว่ามาจากการ์ตูนก่อน ถึงได้เอามาสร้างเป็นหนัง ก็ตามประสาคนบ้ากระแสเลยไปดูก่ะเค้ามามั่ง โหเห็นล่ำลือกันอย่างหนาหูคั่กๆว่าดีหนักหนา รุ่นพี่บางท่านถึงกับบอกเลยว่าไม่ไปดูนี่ก็ไม่ต้องมาเรียนมันหรอกนิเทศน่ะ โหดีขนาดนั้นเลยหรอวะ แหมไอ้เราก้อคนชอบลองของพูดงี้ยิ่งกระสัน เลยไปรีบเบ่งไปดูเลยไปซื้อตั๋วปุ๊บโหคนเยอะมากมายรอบหนังทั้งหมด(จริงๆนะ)เรื่องนี้หมดเลย มี2โรงให้รักแร้24ชม.ก่ะเรื่องรัยอีกเรื่องมะรู้ พอถึงเค้าเตอร์เหลือที่ให้กรูจองอยู่5-6ที่เลยเอามันกลางๆตามปกติ ทั้งหมด140ค่ะโห... ได้ทีขึ้นราคาเลยนะอินี่(ด่าในใจ) ปกติ120นี่ยังว่าแพงละนะเอาเหอะมาแล้วจะคืนมันก้อด้านเกิ๊น แพล่มมามากพูดถึงหนังหน่อยละกัน เริ่มเรื่องด้วยพล๊อดเดิ๊มเดิมธรรมดายาสามัญ เริ่มด้วยปีเตอร์นักเรียนเเว่นงุ่มง่าม ทดลองพิลึกแล้วโดนแมงมุมกัดเลยได้พลังพิเศษมาเย้ย! คนละเรื่องนั่นล่ะๆพล๊อดประมาณนั้นล่ะ เอ๋อๆอ๋าๆกระสันอยากได้รถขับไปไว้สีหญิงแต่ดันไปได้รถที่เป็นอีทีก้อเข้าพล๊อตพิทักษ์โลกตามสูตร หนังมีโปรยมุขฮาๆน่ารักๆตลาดทั้งเรื่อง ฮามั่งไม่ฮามั่งตามอัธยาศัย โปรดักชั่นเนียนๆ Cgงามๆตามประสาหนังทุนสูง และพยายาม(อย่างเหลือเกิ๊น)ที่จะใส่แฟร์แสงในทุกๆฉาก คิดดูละกันในรูปถ่ายจากดาวอังคารมันยังจะใส่แฟร์เลยอ่ะ รู้แล้วคร๊าฟว่างาม -..- ดูจบแล้วก็ฟิลประมาณดูสไปดี้1-2-3น่ะล่ะ มะรู้สึกถึงความแตกต่างเลย(ไต่ตึกได้เหมือนกันด้วย) ดูมาตั้งนานอั้นฉี่ตั้งก่ะกลางๆเรื่องยังไม่เห็นส่วนไหนที่ไม่ดูแล้วกุจะเสียชาตินิเทศเกิดของกุเลย ไม่ใช่วิดวะสักก่ะหน่อยจะได้ไปดูหุ่นไหนรถรุ่นรัย-..-

เอ้าก็แล้วแต่ชอบกันไปนะคับ ส่วนผมรู้สึกเฉยๆก่ะเรื่องนี้(ทั้งที่ชอบนะหุ่นยนต์น่ะ) เค้าทุ่มทุนไปเยอะแล้วไปอุดหนุนเค้าหน่อยจะได้มีภาค2(ซึ่งมีชัวๆ)ออกมาให้ดูไว้ๆ

เกร๊ดน่ารู้: หุ่นยนต์1ตัวในเรื่องนี้ใช้1สตูดิโอในการทำงาน และใช้เครื่องแมคอินทอชทั้งหมดในการทำงานทราบแล้วเปลี่ยน

คำเตือน: โปรดระวังป้ายรถยี่ห้อเชฟโรเลท ที่จะโผล่มาหลอนประสาทคุณทุกๆ5นาที

limit 8:10

Comment ByDay:Fountain


Fountain (2007)

ชีวิตนิจนิรันดร์....

หนังเปิดตัวด้วยยุคกลางอันสวยงาม บรรยากาศสงครามครุ่นกรุ่นวุ่นวายตามประสาไป แล้วก้อตัดฉึบไปหาอนาคตตัดฉิบไปอดีต ฉึบๆๆๆ ตลอดทั้งเรื่อง โดยรวมแล้วก้อดีเนื้อหาเยี่ยม สื่อออกมาแนวติสนิดๆป่วงหน่อยๆ เสียตรงที่โล้นหมุนเป็นลามะก่ะแสงที่จงใจจะฟุ้งมันให้ได้ทั้งเรื่องน่ะล่ะ มากไปมันก็เลี่ยนได้นะคะนักศึกษา~

หนังงานสร้างอลังการอภิมหา ใช้เวลาเตรียมงาน(บท)อย่างเดียวปาไป3ปีแน่ะ ยังไงลองไปหามาดูนะฟีเจอร์ในดีวีดีไม่มีรัยมาก เบื้องหลังงานสร้างปกติ แนะนำฟิลมที่อย่างดูเรื่องการจัดแสงให้ดูเรื่องนี้ เพราะในฟีเจอร์มีให้ดู(นิดๆ)ด้วยว่าเค้าจะแสงยังไง เอาเป็นว่าใครชอบหนังปรัชญานิดๆก็ไปหามาดูนะรับรองเนือยแบบไม่ผิดหวัง

7.5:10

Now on DVD